ร้านอาหารต้อง "ปรับตัว" ยังไง ให้รอดพ้นวิกฤต

สถานการณ์ในตอนนี้ ใช้มือทั้งหมด "ก่ายหน้าผาก" ก็ไม่น่าจะพอแล้วมั้งฮะ นับตั้งแต่ "ร้านผัดไทยประตูผี" ไปจนถึง "สุกี้ MK"

Blog Detail

ร้านอาหารต้อง "ปรับตัว" ยังไง ให้รอดพ้นวิกฤต


สถานการณ์ในตอนนี้

ใช้มือทั้งหมด "ก่ายหน้าผาก" 

ก็ไม่น่าจะพอแล้วมั้งฮะ

นับตั้งแต่ "ร้านผัดไทยประตูผี" 

ไปจนถึง "สุกี้ MK"

ต่างก็ "เซ" เจียนล้มกันยกใหญ่

กับสถานการณ์ที่ต้อง "ไฟว้" กับไวรัส

และถ้ายังมัว "Shock" ตาตั้ง

นึกว่านั่งอยู่ในรถไฟเหาะแล้วละก็

คิดว่า "ร้าน" หรือ "ไวรัส" 

อะไรจะหายไปก่อนกัน


ตั้งสติก่อนฮะ !

ผมว่านี่แหละ "โอกาสทอง" 

ของการ "อัพเกรด"

เรามา "เปลี่ยน" ร้านเก่าที่ตกเทรน

ให้เป็น "ร้านนำเทรน" ประจำซอยกันดีกว่า

เมื่อลูกค้า "เกือบทั้งหมด"

นั่งกดโทรศัพท์อยู่กับบ้าน

ได้จังหวะแล้ว ที่ร้านอาหารอย่างเราๆ

ต้องรีโนเวท ยกเครื่องกันใหม่


เมื่อใจคิดว่า "เอาวะ" "ต้องลุยละ"

แต่จะเริ่มยังไงล่ะ

ผมพอจะ "ไกด์" เป็นแนวให้ ได้ดังนี้


#จัดเป็นเซต

เราจะเพิ่มยอดขายในแต่ละบิล

ให้มันพองขึ้น

เทคนิคนี้

เอาใจคนทำงาน ที่ฝากๆกันซื้อ

หรือพ่อบ้านแม่บ้าน

ซื้อกลับไปทานเป็นครอบครัว


#คิดสูตรเด็ด 

เพื่อเป็น Signature , เป็นจุดขาย 

กระตุ้นให้อยากลอง เหมือนรุ่นท็อป ลิมิเต็ด


#เพิ่มเมนูใหม่

เพิ่มความหลากหลาย เพื่อเรียกแขก

ตบแต่งให้สวยงาม "น่ากิน"

โพสขึ้นหน้าฟีดได้ไม่อายใคร

และเมนูที่คลอดใหม่

เรา "อัพราคา" ขึ้นมาได้

โดยไม่ต้องอิงกับราคาเดิม


#ปรับราคา 

เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย

ในช่องทางการขายแบบใหม่

เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าส่ง

หรือค่าโปรโมท เป็นต้น


เมื่อ "ปรับและเปลี่ยน"

จนสอดรับกับการขายในแบบ

"เสริฟถึงที่ - Delivery ถึงบ้าน" 

เรียบร้อยแล้ว ก็ลุยเลยสิฮะ!

จะส่งเองในรัศมีทำการ

หรือใช้บริการ Aplication ต่างๆ

เช่น GrabFood , GETFood , FoodPanda ,

หรือ Lineman

ค่อยๆเลือกฮะ ให้มันเหมาะกับร้านเรา

ซึ่ง Aplication แต่ละค่ายนั้น 

ต่างมีเงื่อนไข ค่าบริการ 

แตกต่างกันไป

และการสมัคร ก็ง่ายเพียงดีดนิ้ว

ไม่เกิน 30 วัน

อาหารของร้านเรา

ก็จะได้เข้าไปอยู่ในเมนู "ยั่วน้ำลาย"

ของ Food Delivery 

ทีนี้ ก็รอรับ Order ได้เล้ย...


ลองดูฮะ

ผมเชื่อว่า... นับจากนี้

จะเป็นยุคของการปรับตัว

"ใครไว ใครอยู่"

และใครที่ไม่หยุดเรียนรู้

คนๆนั้น จะไม่มีวันอดตาย

สวัสดี...