5 สิ่งต้องเตรียมให้ชัด ก่อนจัดเทรนนิ่งให้ทีม

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
หลาย ๆ ทีม
จัดเทรนนิ่งเพื่อพัฒนา
ลูก ๆ ของตัวเองอย่างเต็มที่
 
ไม่ว่าจะในเชิง Mindset
ของการเป็นเจ้าของธุรกิจ
การสร้างแรงบันดาลใจใด ๆ
 
หรือในเชิง Skill
ที่ช่วยทำยอดขายดีขึ้น
ทำการตลาดเก่งขึ้น
 
ซึ่งผมเห็นดีเห็นงามด้วย
อย่างยิ่งเลยล่ะครับ
 
เพียงแต่การจัดเทรนนิ่ง
มันมีองค์ประกอบมากมาย
สารพัดเรื่อง
 
ที่บางเรื่องถ้าตกหล่น
หรือมองข้ามไป
 
มันมีผลต่อการส่งต่อ
ความรู้ไปให้ลูกทีมของคุณ
มหาศาลเลยล่ะครับ
 
ดังนั้นผมจึงขอแนะนำเลยว่า
 
เมื่อไหร่ที่คุณจะจัดเทรนนิ่ง
สิ่งที่ต้องเตรียมให้ชัดมีดังนี้
 
 
1. ขุดค้น Training Need
 
“เราสอนอะไร ?”
ยังไม่สำคัญเท่า...
 
“อะไรที่เราควรสอน ?”
 
คุณอาจจะมีหัวข้อ
ประเด็นหลักร้อนแรง
ที่ทีมจำเป็นต้องเก่งตอนนี้
 
แต่ยังไงก็มี Detail ที่ต้องดู
อีกด้วยเหมือนกัน
 
ยกตัวอย่างสมมุติ
อย่างเรื่องการยิงโฆษณา
 
มันก็ยังมีระดับที่ต้องดู
จุดที่ต้องโฟกัส
 
ว่าปัจจุบันคนของคุณ
อยู่ในจุดไหน ?
จำเป็นต้องรู้อะไร ?
 
ต้องรู้เชิงลึกในเรื่อง Interest
แล้วใช่ไหม ?
 
หรือพร้อมทะลุช่อง
ไปดูเรื่องกลยุทธ์ Custom Audience
หรือ Lookalike Audience ได้แล้ว ?
 
ดังนั้นขุดค้นความต้องการ
ของลูกทีม ณ ปัจจุบันจริง ๆ
 
เพราะถ้าคุณให้เค้า
ในสิ่งที่เค้ายังไม่พร้อมรับ
 
มันก็แทบเท่ากับ 0
เลยเหมือนกันนะครับ
 
 
2. แสกนคนที่ใช่
 
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะ
เรียนใน Topic ของคุณ
ไปซะหมดหรอกนะครับ
 
การอ้าแขนรับทุกคนมานั่งฟัง
ในห้องเทรนนิ่ง
 
คุณอาจได้คนที่มานั่งงง นั่งเหวอ
หรือคนที่มาเล่น ๆ สนุก ๆ
ปะปนในนั้นไม่น้อยเลย
 
คุณจึงต้องมีตัวกรองคน
ที่เหมาะสมด้วยครับ
ทั้ง...
 
“คนที่เหมาะจะเรียน”
 
ที่ระดับทักษะถึงแล้ว
ระดับตำแหน่ง บทบาท
เหมาะแล้ว
 
เพราะบางเรื่องยังไม่เหมาะ
กับมือใหม่ หรือคนที่ยังไม่เข้าใจ
ในเรื่องภาพใหญ่และเชิงลึก
 
“คนที่ตั้งใจจริง”
 
ที่ไม่แค่มานั่งฟังขำ ๆ
ไม่มีอะไรทำในวันหยุด
กะมาเก็บตกเล็กน้อย
 
แต่ต้องมีวิธีที่พิสูจน์
ความตั้งใจ เอาจริง
กับการเก็บกวาดความรู้ครั้งนี้
 
เพื่อให้การเทรนของคุณ
เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
 
ซึ่งตรงนี้ผมขอแปะไว้ก่อน
 
ไว้มีโอกาสผมจะมาพูดเรื่องนี้
เจาะ ๆ ให้เห็นวิธีการเลยครับ
 
 
3. สถานที่ก็มีผล
 
เรื่องนี้แทบไม่ต่างจาก “Place”
 
P ตัวหนึ่งในหลัก 8P
ของตำราการตลาดเบื้องต้น
 
เพราะสภาพแวดล้อม
มีผลต่อการเรียนรู้ด้วยเสมอ
 
ซึ่งผมครอบไปถึงตั้งแต่...
 
ความสะดวกในการเดินทาง
ที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าเรียน
 
รูปแบบการจัดที่นั่ง
ที่มีผลต่อความสนใจ
ในการมองเห็นและการฟัง
 
อันนี้แนะนำเลยครับว่า
คุณต้องมีตัวเลือกไว้เยอะ ๆ
 
และไปดูด้วยตัวเองทุกที่
โดยมีโจทย์และข้อมูลในมือ
ติดไปด้วยทุกครั้ง
 
จะได้รู้ว่าที่ไหนเหมาะ
หรือแม้กระทั้งเหมาะที่สุด
 
 
4. สื่อการสอน ป้อนความรู้
 
นี่เป็นอีกสิ่งที่คุณต้องให้เวลา
และเตรียมมันอย่างดีมาก ๆ
 
ซึ่งหลัก ๆ ผมอาจพูดถึง
ตัวสไลด์นะครับ
 
ทั้งที่ในความจริงคุณอาจมี
พวกสื่ออื่น ๆ ประกอบได้อีก
 
อาจเป็นวิดีโอประกอบ
อะไรก็ว่าไป
 
โดยที่ต้องเริ่มจาก
การวาง Outline
ที่จัดเรียงโครงสร้างชัดเจน
 
จูงมือผู้เรียนเดินตามไป
ทีละ Step แบบไม่ข้ามขั้น
หรือโดดข้ามไปมา
 
ซึ่งทุกอย่างต้องรับง่าย
อ่านง่าย เรียบง่าย
มาด้วยคอนเซ็ปต์ที่สรุปมาให้
 
เห็นภาพรวม ๆ ของแต่ละประเด็น
ได้ไวโดยไม่ต้องตีลังกาแปลความ
 
เพราะอะไรที่ดูเคี้ยวยาก ย่อยยาก
แค่เห็นก็ไม่อยากเอาเข้าปากแล้วครับ
 
 
5. เลือกเทคนิคการถ่ายทอด
 
นอกจากการเรียบเรียง
เนื้อหาในเรื่องที่สอนแล้ว
 
วิธีสอน หรือเทคนิค
การถ่ายทอด
 
ก็เป็นตัวเหยียบคันเร่ง
ให้สิ่งที่คุณสอนได้ผลเร็วขึ้นครับ
 
สามารถไปดูตัวอย่าง
หรือเลือกวิธีที่น่าจะเหมาะ
กับเรื่องของ คนของเรา
 
แล้วใช้อะไรถึงจะเหมาะ
 
อย่าง...
 
การใช้ตัวอย่างแบบไหน ?
ให้มี Workshop ยังไง ?
พาถกแขนเสื้อลุยจริงยังไง ?
 
จุดนี้แหละครับ
ทำให้คนเข้าใจ เห็นภาพ
จับต้องของจริง
 
จนสามารถเอาไปใช้
กำติดมือไปทำเองเป็น
 
และเป็นตัวเปลี่ยนผลลัพธ์
ที่จะตามมาได้อย่างแท้จริง
 
.............................
 
ใครที่กำลังจะจัดเทรนนิ่ง
หรือยังไงก็ต้องจัดแบบนี้
ให้ลูกทีมอยู่แล้ว
 
ลองเอาปัจจัยต่าง ๆ
ไปเป็น List สำคัญ
ในการจัดเตรียมดูนะครับ
 
เพราะจากประสบการณ์ล
ที่ผมจัดสัมมนามาไม่รู้
กี่สิบ กี่ร้อยงานแล้ว
 
จุดใหญ่ ๆ เหล่านี้
เป็นจุดที่ส่งผลต่อผู้เรียน
 
และการส่งมอบความรู้
ใส่มือของคุณทั้งสิ้น
 
ส่วนเรื่องการจัดเทรนนิ่ง
นั้นยังไม่หมดง่าย ๆ นะครับ
 
ครั้งต่อ ๆ ไป ผมจะมาว่าอะไรอีก
รอติดตามกันครับ