5 วิธีเปลี่ยนลูกค้าที่มีใจ ให้ตอบรับซื้อ

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
การตลาดสอนให้รู้ว่า...
 
“ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นลูกค้าของคุณ”
 
แม้ว่าจะเป็นกลุ่ม Target
ที่ถูกเลือกหมายตาไว้แล้วก็ตาม
 
เพราะถึงยังไงคุณก็ต้อง
กรองใครบางคนออกไป
 
เหลือไว้แต่ Prospect
(กลุ่มเป้าหมาย)
 
แล้วเปลี่ยนเค้าให้เป็น Customer
ลูกค้าควักเงินซื้อจริงในที่สุด
 
 
จริงอยู่ครับว่าผมเคยพูด
เรื่องทำนองนี้ไปแล้วใน...
>> “รวบยอดแนวคิด
สะกิดลูกค้ามาทักแชท”

 
 
เพียงแต่ครั้งนั้น
ค่อนข้างบอกใบ้ถึงวิธีการ
 
แต่ในครั้งนี้ผมจะขอมาย้ำ
โดยซ้ำลงไปที่ “แก่นของหลักการ”
 
ที่คุณควรจดจำ เพื่อเอาไปหา
วิธีการในแบบของตัวเองได้
 
ซึ่งหลัก ๆ มีให้คุณ
อยู่ 5 อย่างดังนี้ครับ
 
 
1. ยิงโฆษณาแบบกลั่นกรอง
 
คุณไม่จำเป็นต้อง
อัดงบโฆษณาก้อนใหญ่
 
เพื่อยิงใส่กลุ่ม Target
ก๊อกเดียวหนัก ๆ
 
นั่นอาจทำให้เงินของคุณ
ละลายในมหาสมุทร
หมดภายในเสี้ยววินาที
 
ก็อย่างว่าแหละครับ
 
Target ก็ยังถือว่ากว้างเกินไป
เมื่อเทียบกับ Prospect
ที่แคบลงมา
 
คุณจึงเดาใจเค้าได้ยาก
ว่าคนไหนจะสนใจสินค้า
ของคุณจริง ๆ
 
Concept ที่เหมาะสมกว่า
 
คุณจึงต้องใส่งบน้อย
กับคอนเทนต์ที่กรองคน
 
เพื่อตกตะกอนเหลือเฉพาะ
ผู้สนใจที่จะเป็น Prospect
ของคุณจริง ๆ
 
จากนั้นค่อยว่ากันด้วย
วิชาการนำเสนอ
 
ที่เปลี่ยนเค้าให้เป็น
Customer  อีกทีนึงครับ
 
ดังนั้นผมจึงขอย้ำอีกทีว่า...
 
“อย่าวู่วามอัดงบโฆษณา
แบบไม่บันยะบันยัง
กับกลุ่ม Target ก้อนใหญ่”
 
แต่ให้ไปใช้วิธีคิดในข้อ 2
 
มันจะ Play Save คุณ
ได้มากกว่าครับ
 
 
2. กลุ่มเฉพาะที่คัดมาแล้ว
 
 กลุ่ม Prospect ที่คัดมาแล้ว
 
ย่อมมีโอกาสสูงกว่า
Target ที่ร้อยพ่อพันแม่
 
ยิ่งคุณเอาเค้ามาอยู่
ในโซนที่สามารถ Broadcast
 
หรือโพสท์แจ้งเตือนได้เสมอ
โดยที่ค่าโฆษณาไม่ระดิกสักสลึง
 
อาจเป็นใน Line@ , กลุ่ม Line
หรือ Facebook Group
 
โอกาสในการขายจะเลื่อน
มาอยู่ใกล้มือคุณแค่คืบ
 
ซึ่งวิธีคิดนี้ใช้ได้
ไม่เว้นแม้กับ Customer
หรือลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว
 
ยิ่งกับกลุ่มนี้ โอกาสซื้อซ้ำ
นั้นจะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก
 
ดังนั้นจัดการคว้าตัวทั้ง
Prospect ที่ผ่านการคัดตัว
 
และลูกค้าที่ผ่านการซื้อไปแล้ว
มารวมกันไว้ในที่ของคุณ
 
เท่านี้การขายที่สร้างโอกาสทะลุใจ
หรือนำเสนอให้ทะลุซ้ำแล้วซ้ำอีก
 
ก็ไม่ใช่เรื่องยากแน่นอนครับ
 
 
3. อย่าได้เมิน SEO
 
โลกออนไลน์ไม่ได้มีแค่
ฝั่งของเฟสบุ๊คเพียงด้านเดียว
 
แต่ยังมีอีกฝั่งอย่าง Google
ที่ใหญ่โตครอบจักรวาล
 
มันทั้งใหญ่และน่าสนใจมาพอ
จนผมไม่อยากให้คุณมองข้ามไป
 
เพราะถ้าทุกวันนี้
คุณคิดอะไรไม่ออก
 
แล้วบรรจงพิมพ์คำค้นหานั้น
ลงในกรอบที่มีแว่นขยาย
ของ Google ว่า...
 
“มีปัญหานี้ จะแก้ยังไงดี ?”
“ฉันต้องใช้อะไร ถึงจะแก้ได้ ?”
“หาซื้อมันได้จากที่ไหน ?”
 
นั่นแสดงถึงว่า...
 
ทั้งคุณและใครก็ตาม
ที่พิมพ์ค้นหาลงไป
 
ต้องมีความสนใจในสิ่งนั้น
เป็นทุนเดิมแน่ ๆ อยู่แล้ว
 
ดังนั้นการดักจับคน
ด้วยคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการ Search
 
ก็เป็นตัวการันตี
ได้ดีระดับหนึ่งพอสมควร
 
ถึงขั้นที่เค้ามีความสนใจ
จนลงมือ Take Action
 
เพื่อค้นหาสิ่งที่สนองความต้องการ
หรือแก้ปัญหาของตัวเค้าเอง
 
และแม้ผมจะเข้าใจดีว่า...
 
แม่ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่
จะไม่ค่อยถนัดทางนี้
 
เอาดีทาง Social Media
เป็นวิชาเอกมากกว่า
 
แต่เหตุผมที่ผมให้ไป
ก็มีน้ำหนักมากพอ
 
ที่ควรศึกษาไว้ เพื่อดักลูกค้า
ที่มีแววสูงว่าสนใจจริง ๆ
 
ในขณะที่คู่แข่งของคุณ
อาจยังไม่ทันคิดเลย
 
 
4. กำ List ไว้ให้แน่น
 
ลูกค้าทุกคน
ที่ผ่านเข้ามาซื้อกับคุณ
 
อย่าได้แค่ผ่านมา แล้วก็ปล่อย
Contact ของเค้าหายไป
 
เพราะ Contact นั้น
คือ “ลายแทงบ่อน้ำมัน” อย่างดี
 
ให้คุณเอาไปใช้ยิงโฆษณา
หรือ Broadcast ไปหาเค้าได้อีก
 
เพราะถ้าลูกค้าเก่า
ซื้อง่ายกว่าลูกค้าใหม่เป็นกอง
 
การส่งโฆษณาไปยั่วน้ำลายเค้า
รอบสอง รอบสาม หรืออีกหลายรอบ
 
คุณจะสามารถสะสมยอดขาย
จากเค้าได้นานเท่านาน
 
ไม่ต่างจากการเก็บกินยอดขาย
จากน้ำมันในบ่อที่ขุดไว้
 
ดังนั้นคุณต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้
 
ทั้งเบอร์โทร (ที่ผูกกับเฟสบุ๊ค)
Email (ที่ใช้สมัครเฟสบุ๊ค)
Line หลักที่ใช้ประจำ
 
รวมถึงพฤติกรรมการซื้อด้วย
 
เพื่อจะได้นำเสนอถูก
ทั้งสินค้า และโปรโมชั่น
 
ที่จัดให้แบบ Custom Made
ถูกใจเป็นรายบุคคลได้เลยครับ
 
 
5. ยกระดับลูกค้าขึ้นสูง
 
วิธีคิดในการรักษาลูกค้า
ที่จะช่วยเพิ่มความเหนียวแน่น
ให้เค้าอยู่กับคุณนาน ๆ
 
รวมถึงช่วยขยับยอดขาย
สั่งสมให้คุณไปเรื่อย ๆ
 
ก็คือการจูงใจให้เค้าอยากเพิ่มระดับ
ในการเป็น Member นั่นเองครับ
 
การทำให้เค้าเพิ่มระดับ
ด้วยการทำยอดซื้อสะสมแต้ม
 
อาจจะจาก Silver
เขยื้อนขึ้นไปเป็น Gold
 
ไปเรื่อย ๆ ยัน Platinum
หรือกระทั่ง Diamond
 
ให้เค้าได้สิทธิพิเศษ
VIP เหนือกว่าลูกค้าทั่วไป
 
จะเป็นสิ่งที่มอบความหมาย
ให้เค้าอยากอยู่ต่อ
 
แล้วยังต้องเสียดาย
ถ้าเกิดทิ้งสิทธิ์นี้ไป
 
แล้วลองคิดดูนะครับ
 
ทุก ๆ ก้าวที่เค้าขยับ
ที่เค้าสะสมแต้มตรงนี้
 
เค้าจะสั่งสมยอดขาย
ขยับยอดการจ่ายให้คุณ
ตั้งเท่าไหร่
 
แล้วกว่าจะไปถึง
ระดับที่ VIP สุด ๆ
จะทบขึ้นไปเป็นกี่เท่า
 
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในแนวคิด
ที่ผมไม่อยากให้คุณลืม
 
เพราะการมีลูกค้าเก่าที่ภักดี
 
คุณจะเหนื่อยน้อยกว่า
การออกไปเริ่มต้น
กับลูกค้าใหม่เยอะเลยครับ
 
ดังนั้นจงทำให้เค้า
เป็น Asset ของคุณซะ
 
..........................
 
“ลูกค้าที่มีใจ”
 
ก็เหมือนกับใครบางคน
ที่พร้อมรับรักคุณอยู่แล้ว
 
ถ้าการใช้ความพยายาม
ไปกับคนที่เค้าแทบไม่มองคุณ
 
ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย
 
หันมาโฟกัสกับ
คนที่พร้อมมอบใจให้คุณ
คนที่สนใจ อยากซื้อกับคุณ
 
ด้วยวิธีที่บางครั้ง
อาจไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม
 
ซึ่งเอาจริง ๆ นะครับ
 
บางทีแค่ 5 วิธีนี้
ก็มาพอแล้วสำหรับคุณ
 
ขอเพียงเอาไปใช้
เอาไปอ่านหลาย ๆ รอบ
คุณจะได้ผลที่ไม่มีวันลืม
 
แต่ในเบื้องต้น
ถ้าคุณกลัวจะลืม
 
ก็แชร์เก็บไว้
เพื่อชวนเพื่อนอ่าน
เพื่อช่วยกันจำสิครับ