วิธีเปลี่ยน “คำสบประมาท” ให้เป็น “คำประกาศความสำเร็จ” ของคุณ

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
เหรียญทุกเหรียญมี 2 ด้านเสมอ
ขึ้นกับว่าคุณจะมองมันด้านไหน ?
 
เรื่องลบ ๆ ที่กระทบความรู้สึกคุณก็เช่นกัน
อย่างพวกคำดูถูก คำสบประมาท
ที่ตอกใส่หน้าคุณว่า...
 
“เพ้อฝัน”
“เป็นไปไม่ได้”
“อย่าไปทำเลย”
“ทำไม่ได้หรอก”
 
มันจะบั่นทอนจิตใจ
หรือย่อยสลายเป็นแรงผลักดัน
คุณเลือกใช้งานมันได้ทั้ง 2 ทางเลยครับ
 
ซึ่งถ้าคุณจะเลือกทางแรก
เลือกที่จะทิ่มแทงตัวเองซ้ำ ๆ
เป็นครั้งที่ 2 , 3 , 4 ... ไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ต้องเสียเวลาอ่านต่อก็ได้ครับ
 
แต่ถ้าคุณเลือกทางที่สอง
ผมขอแนะนำว่าอ่านต่อไปให้จบ
 
เพราะคุณจะสามารถบดคำสบประมาท
แล้วแปรสภาพเป็นความสำเร็จของคุณ
ในวันข้างหน้าได้
 
ด้วย “วิธีคิด” ต่อไปนี้ครับ
 
 
1. คำพูดคนอื่นไม่ใช่ “คำพิพากษา”
 
แต่ละคนอาจมีที่มาที่ไปไม่เหมือนกัน
บางทีคนที่พูดกับคุณ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่
ไม่ว่ามีเจตนาอะไร หรือเพราะความเป็นห่วง
 
โดยมากเค้ามองจากสิ่งที่คุณ
เคยเป็นมาในอดีตทั้งนั้นครับ
 
เพราะมันก็เป็นไปได้ยากที่ใครจะเชื่อว่า
คุณจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้
จะทำอะไรสำเร็จด้วยมือตัวเอง
 
ถ้าที่ผ่านมาคุณดูไม่ค่อยเอาจริงเอาจัง
หรือจับนู่นทิ้งนี่มาแล้วหลายอย่าง
โฟกัสไม่ค่อยได้นาน ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ
 
ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของอดีต
ที่ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนไม่ได้
 
แต่ทุกคนสามารถสร้างอนาคตใหม่ได้
ถ้าเค้า ‘เชื่อ’ ว่าตัวเอง “ทำได้”
 
การที่คนอื่นรู้แค่อดีตของคุณ ไม่ได้แปลว่า
เค้าจะรู้อนาคตของคุณไปซะหมด
 
ถ้าไม่อยากให้คำพูดของคนอื่น
เป็น “วาจาสิทธิ์”
 
ก็จงอย่าให้สิทธิ์เค้าเป็นผู้พิพากษา
อนาคตของคุณเด็ดขาดครับ
 
 
2. ลงมือทำด้วย “ความเชื่อ”
 
ความเชื่อที่มีต่อตัวเอง
คือเมล็ดพันธุ์เม็ดแรกที่สำคัญที่สุด
 
จะว่า “พูดง่ายแต่ทำยาก” ก็ได้นะครับ
 
เพราะธรรมชาติของมนุษย์เราส่วนใหญ่
จะไม่เชื่อจนกว่าจะเห็นหลักฐาน
หรือหลักฐานนั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับเค้า
 
แต่คำถามก็คือ...
 
ถ้ายังหาหลักฐานที่จะทำให้
ตัวคุณเองเชื่อหมดใจไม่ได้
 
“ทำไมไม่สร้างหลักฐานชิ้นใหม่
ขึ้นมาด้วยตัวเองซะเลยล่ะ ?”
 
หลักฐานในมือของคุณเองนี่แหละ
ที่เพิ่มความเชื่อมั่นให้ตัวคุณได้ดีที่สุด
ยิ่งกว่าหลักฐานของใคร ๆ
 
หลักฐานตัวเป็น ๆ ของคุณเอง
ที่บอกกับใครในวันข้างหน้าได้ว่า...
 
“ฉันนี่แหละทำได้”
“ฉันนี่ไงข้อพิสูจน์”
 
ความสำเร็จของคุณเองนี่แหละครับ
คือเครดิตที่ดีที่สุด จับต้องได้มากที่สุด
 
ไม่จำเป็นว่าต้องรอให้มันยิ่งใหญ่ในทีเดียว
ความสำเร็จของคุณในแต่ละขั้น
ก็พิสูจน์ความก้าวหน้าในแต่ละก้าว
ได้เหมือนกันครับ
 
ดังนั้นไม่ต้องรอพึ่งพาความเชื่อจากที่อื่น
Keep ความเชื่อที่มีต่อตัวเองแล้วลงมือทำ
ให้เห็นว่าสิ่งที่คุณเชื่อนั้นถูกต้อง
 
แล้ววันหนึ่ง...
คนที่เคย ‘อ้าปาก’ สบประมาทคุณ
จะต้อง “อ้าปากค้าง” กับความสำเร็จ
ของคุณครับ
 
 
3. เผาไหม้คำว่า “ยอมแพ้”
 
ทุกย่างก้าวย่อมมีปัญหา
มีอุปสรรคระหว่างทาง
 
มันก็อาจหนักบ้าง เบาบ้าง
ไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง
 
บางครั้งอาจยากลำบาก หนักหนา
ถึงขั้นทำให้คุณรู้สึกท้อ ไม่แน่ใจตัวเอง
อยากจะล้มเลิก
 
แต่เดี๋ยวก่อนสิครับ...
 
คุณจะยอมให้คำสบประมาทพวกนั้น
เป็นจริงงั้นเหรอ ?
 
“ฉันว่าแล้ว แกทำไม่ได้หรอก”
“เห็นไหม บอกแล้วว่าไปไม่รอด”
 
เมื่อไหร่ที่คุณยอมแพ้ก็แปลว่า
คุณอนุญาตให้คนอื่นตัดสินคุณได้ทันที
 
คุณจะเป็นอย่างที่เค้าพูดจริง ๆ ทันที
 
ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกนะครับ
แต่อย่าลืมว่าทุกปัญหาในโลกใบนี้
มีคนเคยเจอ เคยแก้ไขได้มาหมดแล้ว
 
ที่เหลือเป็นเรื่องของ
“ทัศนคติ” และ “วิธีคิด” ของคุณเองครับ
 
ทั้งวิธีการมองถึงสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า
และการมองถึงคำที่ทิ่มแทงคุณจากข้างหลัง
 
ดังนั้นทุกครั้งที่เจออะไรยาก ๆ หนัก ๆ
จงใช้คำดูถูก คำสบประมาทที่ได้รับ
เป็นไฟเผาไหม้คำว่า “ยอมแพ้” ให้เป็นจุลไปเลย
 
..............................
 
ไม่ว่าวันนี้หรือที่ผ่านมา
คุณจะโดนอะไรมาก็ตาม
ผมขอให้ตั้งสติแล้วแยกแยะให้ออกว่า...
 
“คำพูดของคนอื่น ไม่ใช่
‘คำทำนาย’ อนาคตของคุณ”
 
และก็อยากให้คุณได้รู้ว่า...
 
มีคนมากมายที่เคยล้มเหลว เคยผิดพลาด
เคยเจ๊ง เคยสูญเสียความมั่นใจ
 
มีคนไม่ใช่น้อย ๆ ที่เคยได้รับคำดูถูก
คำสบประมาทอันน่าปวดใจ
 
แล้วก็มีหลายคนที่แข็งแกร่งพอ
จนผ่านจุดนั้นมาได้
 
ที่สุดท้ายเค้าไม่ใช่แค่พลิกคำพูดพวกนั้น
ให้กลายเป็นคำประกาศความสำเร็จ
 
แต่ถึงขั้น “พลิกชีวิต” ได้เลย
 
เรื่องราวของพวกเค้าจะเป็นคุณค่า
สำหรับคุณอย่างมากเลยล่ะครับ
 
ดังนั้นไว้มีโอกาสผมจะพา
คนสำเร็จเหล่านั้นมาให้คุณได้รู้จัก
 
คนที่ “กลับตัวเป็นหัวสิงโต” ได้ในที่สุด
 
เพื่อที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณครับ