3 หัวใจหลัก สร้าง Personal Brand ให้ติดตลาด I SALESARM

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
เพราะปริมาณโอกาส = จำนวนคนที่ไว้วางใจเราในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
เดี๋ยวนี้เวลานั่งเลื่อนหน้าจอ สอดส่องความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊ก
นอกจากจะส่องเพื่อน อ่านเพจ และเสพโฆษณาแล้ว ยังสังเกตเห็นเหมือนผมไหมครับ…

ผมได้เห็น blogger, เจ้าของแบรนด์  แม่ค้าออนไลน์, แม่ทีม ออกมาให้ข้อคิด แรงบันดาลใจ
ให้เทคนิคการขาย ช่วยกันปรับ Mindset ให้เพื่อนบ้านในเฟซบุ๊ก  คำถามคือ  เค้าทำกันไปทำไม ? 

“Personal Brand”  คือ ‘คำตอบ’

บนยอดเขา ที่ใครต่อใครกำลังปีนอยู่ครับ เพราะการสร้างตัวตน กระทั่งมีคนตามเกาะติดเป็นฐานแฟน
จนมีให้เห็นกันถึงหลักหมื่น-แสน  มันให้อะไรที่หอมหวานมากกว่าการเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาอัดขายของอย่างเดียว 
อย่าง Youtuber บางราย รับรายได้จาก Sponsor  คลิปหนึ่งเป็นหลักแสนบาท… 
เพราะเมื่อมีคนรู้จัก และได้รับการยอมรับ จนใครต่อใครต่างกด Subscribe Like แฟนเพจ เราจึงมีพลัง

ส่วนแม่ทีม-เจ้าของแบรนด์ ก็มีคนต่อแถวสมัครเป็นตัวแทน
เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เหนียวแน่นติดหนึบ ไม่แพ้กาวตราช้างกลางแดดจัด
ข้อดีในระยะยาวมันมากขนาดนี้

แล้วถ้าเราอยากจะสร้าง Personal Brand จนติดขึ้นมาบ้าง จะต้องมีแนวทางยังไง 

ผมขอให้ไว้ 3 ข้อดังนี้ครับ

1) ค้นหา ‘ตัวเอง ณ ปัจจุบัน’ ให้เจอ

“การค้นหาตัวตน” ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาคิดแทนเราได้
เราชอบอะไร ? เราเก่งอะไร ?  เหมาะจะพรีเซนต์อะไรมากที่สุด ? 
เพราะไม่มีใครเล่าเรื่องของเรา ได้ดีไปกว่าตัวเราเองอีกแล้ว 
เรามักจะเอาเวลาในการตามหาตัวเอง ไปค้นคว้า ‘คนอื่น’
แต่น้อยครั้งที่จะสละเวลามาตามหาเบาะแส ‘ตัวตน’  ที่โดดเด่น...
 
แต่ถ้าคุณอยากค้นหาตัวเองอย่างจริงจัง
ผมขอแนะนำวิธีที่เรียบง่าย ในการสังเกตตัวเองจาก 2 สิ่งนี้ดูครับ 
  • ตามหาเรื่องที่เราชอบเป็นพิเศษ  
    ในเวลาทั้งชีวิตที่ผ่านมา มันต้องมีอย่างน้อยสัก 1 เรื่อง
    ที่เราหมกมุ่นจนไม่ลืมหูลืมตา ทำได้ง่าย
    และยังไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ลองสังเกตตัวเองดูดี ๆ
    ว่าอะไรที่ทำแล้วชอบ ?  อะไรที่ทำแล้วมีความสุข ? 
    ถ้าไร้ซึ่งคำตอบกับตัวเอง อาจเป็นเพราะ...
    เรายังลองละเลงอะไรในโลกนี้ไม่มากพอครับ
    ‘จงทดลอง จนได้พบเจอสิ่งที่ชอบ’
     
  • ตามหาเรื่องไหนที่คนชื่นชมเป็นพิเศษ   
    ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำอะไรได้ดีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบหรอกครับ
    บางคนอาจไม่เอาไหนในการวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ
    แต่กลับเป็น Expert อย่างสุดขีดทางด้านการพูดและการสอน
    ฉะนั้น ถ้าเรื่องไหนมีคนชมเราเป็นส่วนใหญ่
    ให้หยิบปากกาไฮไลต์มาขีดเรื่องนั้นไว้ได้เลยครับ !... 
2) ‘ปล่อยคลื่น ลั่นตัวตนออกไป’

ลองนึกภาพดูนะครับ
ถ้าเราเลือกทำเลเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เลียบ “ป่าช้า” แบบเงียบ ๆ 
ใครที่ไหนจะมากินร้านเรา? มันไม่ใช่ย่านที่คนเดินผ่าน
แถมยังไม่มีการประกาศบอกคนอื่นอีก เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าช้าแน่นอนครับ… 

หลายคนมีความสามารถ ที่เห็นแล้วแทบต้องก้มลงกราบ 
แต่อนิจจาปลาทูเน่า น่าเสียดายที่ไม่เคยประกาศออกไปให้โลกรู้
ไม่เปิดสาธารณะ ไม่มี Engagement  แล้วใครจะมาช่วยแชร์ความสามารถของเราออกไป 

Personal Brand  เกิดจากเรา แต่จะติดในใจของลูกค้า 
การสร้างตัวตนให้คนจดจำ  ต้องเริ่มจากทำให้คน ‘เห็น’ ก่อน 
ไม่ต้องไปกลัว - คิดมากว่าจะทำอะไรผิดพลาดในช่วงแรกมากนักเลยครับ 
เพราะตราบใดที่เรายังไม่ใช่คนดัง  ก็ยังไม่มีใครเข้ามาสนใจเราเท่าไหร่หรอกฮะ… 
อย่ามัวแต่เหนียมอาย บิดตัวอยู่หน้ากล้อง  ลองออกมาให้คนได้รู้จักเราบ้าง 
แม้ว่าบางที... สังคมรอบข้างของใครหลาย ๆ คน อาจไม่เอื้อต่อการออกมาสร้างตัวตน
แต่คุณก็มีอยู่ 3 ทางเลือกครับ 
  • A) ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ต้องไปแคร์คำของคนที่ไม่เข้าใจเรา 
  • B) เปลี่ยนเฟซบุ๊กใหม่ให้รู้แล้วรู้รอด  แล้วเลือกแอดเฉพาะคนที่มีความสนใจเหมือนเรา 
  • C) เลิกสร้างตัวตนมันไปซะเลย  อยู่แบบเดิมแบบเงียบ ๆ 

    เอาเป็นว่า... อยากจะเลือกแบบไหน  ก็ถามใจตัวเองดูแล้วกันนะฮะ… 
3) ‘ตอกย้ำ จนคนไม่กล้าลืม’ 

มือใหม่สร้างตัวตนบางคนอาจจะโวยวายว่า  ก็ทำตามหลักการแล้วนะ

“ทำไมไม่เห็นผลอะไรเลย ?” 

มันก็แน่ละครับ !  บางคนโพสต์รอบเดียวจบ หวังว่านี่จะเป็น ‘บทความเปลี่ยนชีวิต’ 
จากนั้นปล่อยเพจทิ้งร้างเอาไว้แล้วหายไป 2 ภพ1 อสงไขย แล้วค่อยกลับมาโพสต์อีกที 
มันคงจะมีคนรอติดตามอยู่หรอกนะฮะ 

จากประสบการณ์ในการทำ Personal Brand  ของตัวเองและเป็นที่ปรึกษามา 
ถ้าเราทำอย่างจริงจังสม่ำเสมอ อย่างน้อย 4-5 เดือน นั่นแหละครับ
มันถึงจะเริ่มเห็นผล ‘คนที่ติดตาม จะเริ่มเคลื่อนตามเรา’ 
(คนที่จับทางถูกหรือต้นทุนดี อาจจะเห็นผลใน 2 เดือนแรก) 
ทำในเดือนแรกปริมาณ Feedback  อาจจะดูงอกง่อยหอยกาบ
มันก็ต้องค่อย ๆ ปั้นกันไปเรื่อย ๆ  เพราะ “Personal Brand”  นั้นไม่ใช่ทางลัดในระยะสั้น 
แต่มันเป็นการสร้าง Motor Way ในระยะยาว 
เราอาจเคยเห็นบางคน Viral แจ้งเกิดในชั่วข้ามคืน แต่แล้วพอตื่นมาอีกวันก็หายสาบสูญไปจากวงโคจร 
ซึ่งมันก็ไม่ผิดนะ ถ้าเราคิดจะ Viral บ้าง แต่ต้องถามตัวเองว่า 
เรามีแผนอะไรที่จะคว้ากระแสไว้ให้คนติดตามต่อไปได้หรือเปล่า ? 

ดังนั้น ในยุคที่ผู้คนออกมาสร้างตัวตนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ 
การสร้างในวันนี้จึงมีความยากขึ้นกว่าเมื่อวาน แล้วถ้าเรายังมัวรอไปสร้างในวันพรุ่งนี้
มันจะยิ่งทวีความยากขึ้นอีกแค่ไหน ?... 

เพราะฉะนั้น ลงมือทำเลยครับ  แล้ว

‘ชื่อของเรา’ มันจะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดชิ้นหนึ่งอย่างแน่นอนครับ