สร้างข้อได้เปรียบแบบไหน ให้มีรายได้ชนะคนเก่ง

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
“แข่งเรือแข่งพายแข่งได้
แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้”
 
คุณยอมศิโรราบให้กับ
ประโยคอันน่าเจ็บปวดนี้ไหมครับ ?
 
 
จริงอยู่ที่บางทีก็ต้องยอมรับว่า
“วาสนา” , “พรสวรรค์” , “ความเก่ง”
หรืออะไรก็แล้วแต่
 
มันก็เป็น “แต้มต่อ” ที่พูดกันยาก
ใครมีก็ถือว่าเป็นโชคดีของเค้าครับ
 
แต่ถ้าเผอิญคุณไม่ได้มีขนาดนั้น
เหมือน ๆ กับเพื่อนร่วมโลกส่วนใหญ่
 
อย่าเพิ่งถอดใจว่า...
 
คุณจะคว้าความสำเร็จ
มาให้ตัวเองไม่ได้
 
คุณจะทำให้คนที่คุณรัก
มีชีวิตที่สุขสบายไม่ได้
 
เพราะนั่นมันไม่จริงเลย !
 
ในโลกความเป็นจริงนั้น
มันมีปัจจัยแห่งความสำเร็จอื่น ๆ
ที่เป็นกองหนุนอีกมากมาย
 
ซึ่งคุณเองก็สามารถเอาชนะโชคชะตา
ที่ไม่เอื้อให้มาแต่กำเนิดได้
 
ขอเพียงรู้จักสร้าง
“ปัจจัยข้อได้เปรียบ” เหล่านี้
ขึ้นมาใหม่ด้วยมือตัวเองครับ
 
 
1. “ความกล้า” เหนือกว่าคนเก่ง
 
มันแน่นอนอยู่แล้วว่าการเดินทางนั้น
ย่อมต้องเจอเรื่องท้าทาย
คอยดักทดสอบคุณอยู่เป็นระยะ ๆ
 
ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ
ที่จะเป็นตัวคัดคนเข้ารอบ
และคนที่สอบตก
 
เพราะไม่ใช่ว่าคนเก่งทุกคน
จะกล้าก้าวขาไปเผชิญกับมัน
 
ต่อให้คุณเก่งระดับเหรียญทองโอลิมปิก
แต่กลัวแพ้ ไม่กล้าลงสนามแข่ง
 
ไม่กล้าลงมือทำ
ไม่กล้าลองในสิ่งยาก ๆ
ไม่กล้าเอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง
กลัวว่าพลาดมาแล้วจะถูกมองว่าโง่
 
โอกาสที่จะเป็นไปได้
อาจลดจาก 80:20 หรือ 50:50
ลงไปเหลือแค่ 0
 
เอาจริง ๆ นะครับ...
 
โลกใบนี้มีคนเก่งกว่าคุณ
ที่ไม่กล้าเท่าคุณอยู่เยอะแยะ
 
ดังนั้นความกล้านี่แหละครับ
ที่จะแปรสภาพไปเป็น
“ข้อได้เปรียบ” ของคุณทันที
 
 
2. “วิธีคิด” แบบผู้ชนะ
 
ชีวิตของคุณจะเป็นยังไงนั้น
มันถูกกำหนดชะตามาตั้งแต่...
 
“วิธีคิด” ในหัว
ที่มีต่อตัวเองแล้วล่ะครับ
 
“ก็ฉันมันไม่เก่ง”
“ก็ฉันมันไม่สวย”
“ก็ฉันมันบ้านไม่รวย”
“ก็ฉันมันไม่มีคนช่วยสนับสนุน”
 
และอีกสารพัดคำดราม่า
ที่ขยัน Create ขึ้นมาฆ่าตัวเอง
 
ถ้าอย่างงั้นลองไปดู
คนที่เค้าประสบความสำเร็จ
กันหน่อยไหมล่ะครับ
 
คนที่มีจุดเริ่มต้นแบบคนธรรมดา ๆ
แล้วพลิกชีวิตตัวเองขึ้นมาได้
 
เคยเห็นคนไหนเอาแต่โฟกัส
ในสิ่งที่ตัวเองขาดกันบ้าง ?
 
มีใครที่เหยียบคันเร่งไปข้างหน้า
แล้วเอาแต่ส่องกระจกมองหลังบ้าง ?
 
คนเหล่านี้จะไม่ตั้งหน้าตั้งตา
อิจฉาต้นทุนชีวิตของคนอื่น
 
ไม่ตั้งหน้าตั้งตามอง
สิ่งที่น่าน้อยใจในชีวิตตัวเอง
 
แต่ตั้งหน้าตั้งตาคิด
เพื่อขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้า
ด้วยทุกสิ่งที่มีในมือ
 
วิธีคิดของ “ผู้ชะ” กับ “ผู้แพ้” นั้น
แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยนะครับ
 
ก็ถ้าใครใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้แพ้
 
ผมขอแนะนำให้คิดตรงกันข้าม
กับคนสำเร็จให้หมด
 
รับรอง สมใจอยากแน่นอนครับ
 
 
3. “คอนเนคชั่น” ปั้นโอกาส
 
คำว่า “โอกาส” นั้นไม่เคยเลือกใคร
อย่างไร้ซึ่งเหตุผลหรอกนะครับ
 
สังเกตไหมว่า...
 
คนที่ Active ออกไปสร้างโอกาส
ทำความรู้จักกับผู้คน
 
คนที่แชร์คุณค่าของตัวเอง
ร่วมกับคนอื่น ๆ
 
คนที่สมัครใจสร้างประโยชน์
กับคนอื่นไว้เยอะ ๆ
 
โอกาสมักเลือกเข้าไปหา
แต่คนเหล่านั้นเสมอ
 
เพราะสิ่งที่เรียกว่า “คอนเนคชั่น” นั้น
ไม่มีวันเกิดขึ้นมาได้หรอกครับ
 
ถ้าคุณไม่เคยเชื่อมสะพาน
โยงเข้ากับใครเลย
 
อย่าลืมนะครับว่าโลกนี้
อยู่ได้ด้วยการพึ่งพาอาศัยกัน
ร่วมผลักดันกันไปข้างหน้า
 
และการช่วยเหลือเกื้อหนุนกัน
ก็เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง
ที่ขโมยกันได้ยาก
 
แล้วยิ่งถ้าคุณได้โอกาสใหญ่
จากคนที่มี Power ล่ะครับ
คิดดูว่ามันจะเป็นยังไง
 
แต่ถ้าคุณไม่เคยหาทางหนุนตัวเอง
เพื่อไปหนุนคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย
 
มันเป็นไปได้ยากที่ใครเค้า
จะมาช่วยหนุนคุณเหมือนกันครับ
 
 
4. “ฐานแฟน” Asset ระยะยาว
 
นอกจากคอนเนคชั่นแล้ว
 
ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง
ที่สามารถเป็นฐานอันหนักแน่น
ให้กับคุณได้ในระยะยาว
 
นั่นก็คือฐานผู้ติดตาม
ที่ได้มาจากการสร้างแบรนด์
ของตัวคุณเองครับ
 
“แบรนด์” และ “ฐานผู้ติดตาม”
 
ถือเป็น Asset ที่มีค่ามาก ๆ
ในการทำธุรกิจ
 
มันเป็นเรื่องของ Trust
ความเชื่อถือ ไว้วางใจ
ในคุณค่าบนจุดยืนที่ชัดเจน
 
คุณเองก็คงจะมีใช่ไหมครับ
 
คนที่คุณเป็นลูกค้าประจำ
เป็นแฟนตัวยงของเค้า
 
คนที่คุณพร้อมจะฝากฝังให้เค้า
เป็นคนช่วยแก้ปัญหาให้
 
คนที่เค้าช่วยให้คุณ
ได้รับสิ่งที่ต้องการอยู่เสมอ
 
แบบนั้นแหละครับ
ที่คุณเองก็ต้องมีเช่นกัน
 
เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม
ที่คุณมีฐานแฟน
ฐานลูกค้าแบบนี้แล้ว
 
เค้าจะนึกถึงคุณก่อนใคร
และเต็มใจสนับสนุนคุณ
มากกว่าที่จะจ่ายให้เจ้าอื่น
 
และต่อให้เจ้านั้น
จะเก่ง Advance กว่าคุณแค่ไหน
 
ก็ยังเทียบไม่ได้กับออร่า
ที่ฐานแฟนได้ให้ค่ากับคุณหรอกครับ
 
...............................
 
เห็นไหมครับ
มันยังมีจุดอื่นอีกเยอะแยะ
 
ที่ทำให้คนธรรมดาคนหนึ่ง
มีเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ
ของตัวเองได้
 
ในขณะที่เส้นทางที่ยึดติด
อยู่กับแค่ “แต้มต่อขั้นต้น”
 
อย่างความเก่ง พรสวรรค์
ความโชคดีติดตัวโดยกำเนิด
 
มันอาจช่วยผลัก
ไปได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น
 
แต่ถ้าอยากจะไปให้ได้สุดทาง
ก็ต้องลงมือสร้างแต้มต่อ ๆ ไป
ขึ้นมาให้ตัวเองด้วย
 
มันคือโชคชะตาที่คุณ
จะเป็นผู้เขียนขึ้นมาเองนับจากนี้
 
จะเว้นก็แต่ว่า...
คุณดันใส่กุญแจมือตัวเองไว้ครับ