5 ข้อที่บ่งบอกว่า คุณพร้อมแล้วที่จะก้าวไปเป็น “ผู้นำ”

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
เอาเข้าจริง ๆ มันหายากมากนะครับ
ที่จะเจอใครสักคนที่จะมีความเป็นผู้นำ
ด้วยพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด
 
เพราะส่วนใหญ่แล้วก็ต้องเคยผ่าน
การเป็นผู้ตามกันมาก่อนทั้งนั้น
 
ซึ่งการจะก้าวข้ามสถานะจาก “ผู้ตาม”
ไปเป็น “ผู้นำ” มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
 
ไม่อย่างนั้นคงจะมีหลาย ๆ คน
ขึ้นไปอยู่จุดนั้นกันเกือบหมดประเทศแล้ว
 
แต่ในที่นี้ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่า
คุณไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำได้
 
ขอเพียงคุณมีลักษณะ
ทาง ‘ความคิด’ และ ‘จิตใจ’
อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า
 
“คุณพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำ”
 
บันไดขั้นบนสุดของยอดพีระมิด
ก็พร้อมจะเป็นของคุณ
 
ดังนั้นลองไปเช็คดูเลยครับ
ว่าคุณมีลักษณะที่ว่าเหล่านั้นแล้วหรือยัง
 
 
1. ยืนยันที่จะ กล้า
 
“ความกล้า”
อาจไม่ใช่สิทธิ์ขาดของใครคนใดคนหนึ่ง
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่รักษามันไว้ได้ตลอดเวลา
 
คนส่วนใหญ่จะกล้าแค่เป็นบางครั้งบางคราว
บางทีก็กล้าแค่ในช่วงแรก ๆ
พอนานไปก็พลิกกลับมาเป็นหวั่นกลัว
 
ซึ่งสภาวะทางจิตใจแบบนี้
จะไม่เกิดขึ้นกับคนที่มีความเป็นผู้นำครับ
 
เมื่อเลือกเส้นทางไหนแล้ว
เค้าจะหนักแน่นในความกล้าของตัวเอง
และยืนยันที่จะสู้ไปตลอดเส้นทาง
 
เค้าจะ Keep Going ไม่ชิ่งหนีระหว่างทาง
ไม่แสดงอาการท้อง่าย ถอดใจถอยกลับ
เพียงเพราะวิตกจริตกับผลลัพธ์
ที่ยังไม่รู้ดำรู้แดงเลยด้วยซ้ำ
 
 
2. มองไกลจนเห็น ภาพรวม
 
คนทั่วไปทำอะไรก็มักมองเฉพาะ
จุดที่ตัวเองอยู่ หน้าที่ที่ตัวเองทำ
โดยไม่ค่อยได้สนใจมากนัก
กับผลกระทบต่อภาพใหญ่โดยรวม
 
ต่างจากคนที่มีความเป็นผู้นำ
เค้าจะมีสายตาแบบนกอินทรี
ที่มองภาพรวมทุกอย่าง
 
ไม่ได้มองเฉพาะสิ่งที่ตัวเองรู้
ไม่ได้จำกัดตัวเองในวังวันความรู้เดิม
 
แต่ยังมองข้ามรั้วกั้นอาณาเขต
ในสิ่งที่ตัวเองทำ ไปยังสิ่งอื่นภายนอก
 
ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทางอ้อม
หรือแม้จะไม่ได้เกี่ยวกันเลย
 
เพื่อประเมินทุกอย่าง
ที่เป็น Big Picture
 
ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง
เส้นทางไหนที่ควรเดินไป
 
และนี่เองคือที่มาของคำว่า
“วิสัยทัศน์”
 
ที่ทำให้ผู้นำมองเห็นปัจจุบัน
และเชื่อมต่อไปถึงอนาคตได้
 
 
3. ปั้น คุณสมบัติให้เหมาะกับการเป็นผู้นำ
 
คุณสมบัติหนึ่งที่ผู้นำทุกคนต้องมี
คือความสามารถใน “การพูด” ครับ
 
ทั้งการพูดในเชิง “การสื่อสาร”
และ “การโน้มน้าว” ให้ผู้ตามเชื่อมั่น
Action ตามที่บอก
 
ถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นนักสื่อสารตัวยง
หรือมีประสบการณ์ทำนองนี้มาก่อน
 
มันก็ไม่ได้แปลว่า
ของแบบนี้จะฝึกฝนกันไม่ได้
 
คนที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้นำ
ต่อให้ธรรมชาติเค้าจะเป็นคน Introvert
ถ้ามันสำคัญ เค้าก็จะเอาชนะตัวเอง
เพื่อสื่อสารให้ได้อย่างผู้นำ
 
แม้ประสบการณ์อาจเป็น 0
เค้าก็จะสร้างก้าวที่ 1 ขึ้นมาด้วยตัวเอง
 
เพราะผมเองก็เคยเจอมาหลายคนครับ
ที่จากเดิมเค้าอาจพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง
เรียบเรียงอะไรไม่ค่อยเป็น
 
แต่สุดท้ายคนที่เอาจริง ลงมือทำจริง
ก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง
สำเร็จได้ทุกรายครับ
 
 
4. การเดินบน ความเชื่อที่ชัดเจน
 
ในโลกของการทำธุรกิจ
คุณอาจได้เห็นกระแสแห่งโอกาสมากมาย
 
ยิ่งยุคนี้มีร้อยแปดแสงสี
ล่อตาล่อใจให้น่าทำเงินเต็มไปหมด
 
สุดท้ายหลายต่อหลายคน
จึงตายไปตามตลาดที่ลวงตา
 
เพราะเค้าไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง
ว่าจะมุ่งไปทางไหนให้มันสุด
 
เมื่อทำอะไรแล้วยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
จึงรีบด่วนตัดสินว่าทางนี้มันคงไม่เวิร์ค
ว่าแล้วก็โดดไปจับอันโน้นน่าจะดีกว่า
 
ซึ่งการเสีย Focus ไปกับ
อะไรที่หวือหวาเป็นช่วง ๆ แบบนี้
ไม่ใช่วิถีการเดินไปสู่ความสำเร็จ
แบบที่ผู้นำเค้าทำกันครับ
 
คนที่มีวิธีคิดแบบผู้นำ
เค้าจะเดินบนความเชื่อที่ชัดเจน
 
ไม่ว่าจะมีอะไรมาหลอกล่อความสนใจ
แต่ไม่ได้อยู่ในเป้าหมายที่เค้าโฟกัส
 
เค้าจะไม่ยอมเสียสมาธิ
ไม่ยอมเสียเวลา
ไม่แม้แต่จะชายตามอง
 
แล้วก็เลือกเดินไปบนเส้นทาง
พร้อมกับความเชื่อของตัวเอง
จนกว่าทุกย่างจะถึงที่สุด
 
เพราะอย่างน้อยที่สุด
เมื่อเดินมาจนสุดทาง
มันอาจไม่ได้ผลเท่ากับที่ตั้งเป้าไว้
 
เค้าก็จะไม่รู้สึกคาใจในภายหลัง
เพราะได้ทำเต็มที่แล้วจริง ๆ
 
และนี่ถือเป็น “ความเด็ดเดี่ยว”
ที่ผู้นำตัวจริงทุกคนเค้ามีกัน
 
ไม่อย่างนั้นผู้ตามที่ไหน
เค้าจะกล้าก้าวตามกันล่ะครับ
 
 
5. ‘เริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ
 
การริเริ่มในขั้นต้น
ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากครับ
 
เพราะการเริ่มต้นที่ดีที่สุด
ต้องเริ่มมาจากตัวเอง
 
ดังนั้นคุณจะเห็นได้เสมอว่า
ผู้นำหลาย ๆ คนมักจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่
เค้าเริ่มต้นฝึกฝนเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่แสมอ
 
เช่น ...
 
ในทุก ๆ 3 เดือน มีเป้าหมายใหม่ ๆ
ว่าจะฝึกทักษะอะไรให้เก่งขึ้น
 
ทุก ๆ 6 เดือน จะรุกคืบไปทำโปรเจ็กต์ใหม่
ให้เห็นการพัฒนามากขึ้น
 
งานตรงจุดนี้ยังออกมาไม่ค่อยดีนัก
หาคนเก่ง ๆ มาช่วยเสริมดีไหม ?
 
คนเป็นผู้นำ จะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
เพื่อเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลง
ให้คนอื่นเห็นเป็นตัวอย่าง
 
ซึ่งมันมีผลต่อการนำการเปลี่ยนแปลง
มาสู่ทีมของคุณได้ทั้งทีม
 
เพราะไม่มีวิธีไหนจะโน้มน้าวได้ดีไปกว่า
การทำให้ลูกทีมได้เห็นเป็นแบบอย่าง
 
สิ่งที่เค้าได้เห็นเป็นขวัญตานี่แหละครับ
หนักแน่นยิ่งกว่าข้อมูลที่ซ้อนสูงเป็นเมตรซะอีก
 
...............................
 
หลังจากที่อ่านไป เช็คตัวเองไปด้วยแล้ว
คุณค้นพบหรือยังครับว่า
ตัวเองยังขาดข้อไหน ?
 
ซึ่งการที่คุณพบมัน นั่นเป็นข่าวดีครับ
 
เพราะคุณจะได้รู้ว่าต้องเสริมจุดไหน
ต้องเพิ่มอาวุธอะไรให้ตัวเองอีก
จึงจะเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง
 
ในบางข้ออาจจะยากสำหรับบางคน
 
แต่ถ้าคุณผ่านมันไปได้
ก็เป็นการพิสูจน์ตัวคุณเองได้ว่า
พร้อมแล้วที่จะก้าวเป็นผู้นำจริง ๆ
 
และทั้งหมดนี้คือ Guideline จากผม
สำหรับคนที่มุ่งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ
 
เพื่อนำทีม นำธุรกิจของคุณ
ให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ต่อไปครับ