ฝึกนิสัย “นักลงมือทำ” แล้ว 4 โอกาสทองนี้ จะเป็นของคุณ

โดย : น.สพ. ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์ (หมอกิม)
 
หลังจากที่สอนจบแต่ละคลาส
ผมจะบอกกับลูกศิษย์ปิดท้ายเสมอว่า
“อย่าลืมทำการบ้านกันด้วยนะฮะ”
 
เพราะผมอยากให้เค้าทำเป็น
และได้ผลลัพธ์กับตัวเองกันจริง ๆ
 
ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดเป็นชั่วโมง ๆ
มันก็เท่ากับ 0
 
การเรียนรู้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
ไม่ว่าคุณจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งสักแค่ไหน
ได้วิชามาอัดแน่นเต็มหัวสักเท่าไหร่
 
ของจริงจะเริ่มนับ 1
ตอนที่ “ลงมือทำ” เท่านั้นแหละครับ
 
และเมื่อคุณเริ่มนับ 1 เมื่อไหร่
ในสเต็ปที่ 2 , 3 , 4 … จะมีโอกาสตามมา
ให้คุณได้ต่อยอดอีกมหาศาล
 
โอกาสที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันครับ
 
 
1. ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
 
อันนี้ชัดเจนตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
สิ่งที่คุณปลูกในวันนี้ ย่อมให้ผลที่ดีในวันหน้า
 
จะช้า จะเร็ว สำหรับแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน
แต่เชื่อเถอะครับว่า มันไม่มีทางศูนย์เปล่าหรอก
 
ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นลูกศิษย์คนไหน
ที่ทำตามที่บอก เดินตามในสิ่งที่เรียน
แล้วไม่เกิดผลลัพธ์อะไรเลย
 
ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
หลายคนที่เริ่มจากเป็นตัวแทนตัวเล็ก ๆ
เค้าลงมือทำอย่างถูกต้อง
ขยันทำซ้ำ ๆ จนเก่งผิดหูผิดตา
 
วันนี้กลายเป็นแม่ทีมระดับแนวหน้าของแบรนด์
มีตัวแทนในอ้อมแขนมากมาย
มียอดขายในมือเดือนละหลายแสน
 
ทั้งหมดนี้เกิดจาการที่เค้าลงมือทำทั้งสิ้น
 
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์แบบเค้า
ก็ต้องลงมือทำแบบเค้า
ในเมื่อเค้าทำได้ เราก็ต้องทำได้สิครับ
 
 
2. ได้ทักษะ ความสามารถติดตัว
 
คุณคงไม่ได้จะเรียนคอร์สอะไร
เพียงเพื่อจะรู้และทำได้แค่ในวันนี้ พรุ่งนี้
ใช่ไหมล่ะครับ ?
 
“การลงมือทำ” จะทำให้คุณเข้าใจและจดจำ
ได้ดียิ่งกว่าการจดโน้ตเป็นสิบ ๆ เล่ม
 
เพราะมันจะแปรสภาพจาก
“ความรู้” กลายเป็น “ความสามารถ”
เป็นทักษะที่จะติดตัวไปอีกยาวนาน
 
บางเรื่องอาจเป็นในเชิงเทคนิค
เฉพาะแพลตฟอร์ม
 
แม้วันนึง Facbook , IG
Line@ , Youtube จะลาโลกไปแล้ว
แต่ทักษะก็ยังคงติดตัวคุณอยู่
 
“วิชายิงโฆษณาเฟซบุ๊ค”
ทำให้คุณรู้จักวิเคราะห์พฤติกรรม
ความสนใจของลูกค้าคุณเป็น
 
“วิชาการ Live หน้ากล้อง”
ทำให้คุณมีทักษะการนำเสนอ
การพูดแบบผู้นำ ที่สะกดคนฟังได้อยู่หมัด
 
“วิชาการทำคอนเทนต์”
ทำให้คุณรู้ว่าจะนำเสนอขายยังไง
ให้โดนความสนใจของลูกค้า
 
“วิชาปิดการขาย”
ทำให้คุณจัดการกับข้อโต้แย้ง
แล้วแปลงเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
 
ทั้งหมดมันจะฝังตัวไปกับคุณ
ให้งัดออกมาใช้ได้อยู่เสมอเลยล่ะครับ
 
 
3. ได้คนสนับสนุน
 
คุณเคยได้ยินไหมครับว่า
คนสำเร็จที่เค้าสร้างทุกอย่างมาด้วยตัวเอง
มักจะอยากสนับสนุนคนที่เป็นเหมือนกับเค้า
 
ผมจึงอยากบอกว่า
ในระหว่างเส้นทางเดินของการลงมือทำ
คุณจะไม่ได้เดินเพียงลำพังเสมอไปครับ
 
เพราะเมื่อคุณลงมือทำด้วยตัวเอง
มาจนถึงระดับหนึ่ง
 
ความมุ่งมั่น ความพยาม
ความตั้งใจ เอาจริงเอาจัง
มันจะไปเตะตาใครบางคนอยู่เสมอ
 
ถ้าวันนี้คุณเป็นตัวแทนอยู่ในทีมใดสักทีมหนึ่ง
“คนจริง” ย่อมฉายแสงให้ใคร ๆ ได้เห็น
 
แล้วจะไม่มีใครเค้าอยากดันคุณ
ขึ้นมาเป็นแบบอย่างให้กับทีม
เปิดโอกาสให้โชว์ฝีมือ หรือสร้างอะไร
ในบทบาทที่ใหญ่กว่าเก่าบ้างเลยเหรอครับ ?
 
และแม้โอกาสบางอย่าง
คนอื่นจะเป็นผู้หยิบยื่นให้
แต่เค้าก็ไม่ได้มีไว้ให้กับทุกคนหรอกนะครับ
 
มีแต่คนที่ลงมือให้เห็นจริงเท่านั้นแหละ
ที่จะได้มันไป
 
 
4. ได้โอกาสต่อยอด
 
ทั้ง “ผลลัพธ์” ที่คุณได้
“ทักษะความสามารถ” ที่คุณมีติดตัว
และ “โอกาส” ที่มีคนหยิบยื่นให้
 
คุณสามารถเอาทุกสิ่งทุกอย่างนั้น
ไปต่อยอดได้ทั้งหมดเลยครับ
 
เมื่อคุณมาถึงระดับนี้แล้ว มันย่อมมากพอ
ที่จะสอนคนอื่นได้ สร้างทีมของตัวเองขึ้นมา
หรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ ได้
 
ไม่ว่าคุณจะต่อยอดมันเอง
หรือมีคนอื่นมาร่วมจับมือกับคุณก็ตาม
 
ดังนั้นใครจะรู้ล่ะว่า สิ่งที่คุณลงมือทำ
เอาจริงเอาจังในวันนี้ มันจะพาคุณไปที่ไหน
จะต่อยอดไปสู่อะไรในวันข้างหน้า
 
เพราะสิทธิ์ในการเปิดประตู
บานใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง
เป็นของคนที่ลงมือทำเสมอครับ
 
..................................
 
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า
หลังจากสอนเสร็จในบางคลาส
ผมนี่แทบจะสลบเลยเหมือนกัน
 
แต่เมื่อได้เห็นลูกศิษย์
ตั้งใจทำการบ้านและส่งมาให้ตรวจ
ก็ต้องบอกเลยว่า ชื่นใจหายเหนื่อยทุกครั้ง
 
แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ
 
ใครที่ส่งการบ้านสม่ำเสมอ
เค้าเอาไปลงมือทำจริง สร้างผลลัพธ์ได้จริง
เกิดเป็นทักษะติดตัว
 
บางคนก้าวกระโดด
แซงเพื่อนไปไกลเลยด้วยซ้ำ
 
ดังนั้นถ้าอยากได้ยอดขายปัง ๆ
มีกำลังทรัพย์จนล้นบัญชี
คงจะไม่ต้องรอให้ผมบอกว่า
“ทำการบ้านกันด้วยนะฮะ”
 
คุณก็จะลงมือทำด้วยตัวเอง
ใช่ไหมครับ ?